คำถามว่า 'แฟรนไชส์กาแฟยี่ห้อไหนดี' ตอบไม่ได้ด้วยชื่อแบรนด์ เพราะยี่ห้อเดียวกันอาจรุ่งที่ทำเลหนึ่งและเจ๊งที่อีกทำเลหนึ่ง สิ่งที่ตัดสินคือกำไรต่อแก้ว จำนวนแก้วต่อวันที่ทำเลคุณทำได้จริง และต้นทุนคงที่รายเดือน
บทความนี้ให้กรอบเลือกแบบนักลงทุน — เอางบและทำเลของคุณตั้ง แล้วเทียบทุกยี่ห้อด้วยตัวเลขชุดเดียวกัน แทนที่จะเลือกตามความดัง
013 โมเดลกาแฟ กับงบที่ต่างกันคนละโลก
ก่อนถามยี่ห้อ ให้เลือกโมเดลก่อน เพราะมันกำหนดงบและความเสี่ยงมากกว่าแบรนด์
- คีออสก์/รถเข็น (50K–200K฿): ลงทุนต่ำ ยืดหยุ่น แต่พึ่งทำเลคนเดินหนาแน่นมาก
- ร้านสแตนด์อโลน/ห้องแถว (300K–700K฿): มีที่นั่ง ขายได้ทั้งวัน แต่ค่าเช่า-ค่าแรงสูง
- ตู้กาแฟอัตโนมัติ (150K–350K฿): กึ่ง passive ไม่ต้องเฝ้า แต่กำไรต่อแก้วต่ำกว่าและพึ่งทำเลปิด เช่น ออฟฟิศ/คอนโด
02ตัวเลขที่ต้องขอจากแบรนด์ก่อนตัดสินใจ
อย่าถามแค่ราคาแพ็กเกจ ให้ขอตัวเลขที่บอกกำไรจริงต่อสาขา
กับดัก 'คืนทุน 8 เดือน'
ตัวเลขคืนทุนที่โฆษณามักคิดจากขายเต็มกำลังทุกวัน ลองคิดใหม่ที่ยอดต่ำกว่าเป้า 30% ถ้ายังไหว ค่อยเดินหน้า
03ทำเลสำคัญกว่ายี่ห้อ
- คนเดินผ่านช่วงเช้า (7–10 โมง) หนาแน่นแค่ไหน — กาแฟขายดีช่วงเช้า
- คู่แข่งกาแฟในรัศมีเดิน 300 เมตรกี่เจ้า และราคาต่อแก้วเท่าไร
- ค่าเช่าคิดเป็นกี่ % ของยอดขายคาดการณ์ — เกิน 20% ถือว่าเสี่ยง
- มีที่จอด/ซื้อกลับสะดวกไหม สำหรับลูกค้าขับผ่าน